
ประมูล หมวด:พระเกจิภาคตะวันออก
.ลพ.กงมา จิระปุญโญ วัดดอยธรรมเจดีย์ จังหวัดสกลนคร ปี2518ออกทีวัดทรายงาม จันทบุรี


ชื่อพระเครื่อง | .ลพ.กงมา จิระปุญโญ วัดดอยธรรมเจดีย์ จังหวัดสกลนคร ปี2518ออกทีวัดทรายงาม จันทบุรี |
---|---|
รายละเอียด | หลวงปู่กงมา จิรปุญโญวัดดอยธรรมเจดีย์ ตำบลตองโขบ อำเภอศรีสุพรรณจังหวัสกลนคร นามเดิม กงมา วงศ์เครือสอน เกิด วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๓ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีชวด ณ บ้านโคก ตำบลตองโขบ อำเภอศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร โยมบิดา บู่ วงศ์เครือสอน โยมมารดา นวล วงศ์เครือสอน อุปสมบท ก่อนที่ท่านจะออกบวช ได้ทำหน้าที่เป็น นายฮ้อย ต้อนวัว ควาย ไปขายตามจังหวัดใกล้เคียง ด้วยเป็นคนมีศีลธรรม และรักความยุติธรรม ทำให้ภายหลัง ท่านได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้านายฮ้ฮย พาคณะนายฮ้อยต้อนสัตว์ไปขายกรุงเทพฯ และเมื่อถึงกาลอันควร พ่อแม่จึงได้จัดพิธีแต่งงานให้เมื่อท่านอายุได้ ๒๕ ปี (พ.ศ. ๒๔๖๘) ต่อมาภรรยาท่านพร้อมบุตรในครรภ์ได้เสียชีวิตลง ทำให้ท่านรู้สึกสูญสิ้น นี่เองเป็นเหตุให้ท่านนึกถึงพระพุทธศาสนา และตัดสินใจออกบวช โดยมีพระอาจารย์โท เป็นพระอุปัชฌาย์ ภายหลังบวชได้ไปจำพรรษาที่วัดบึงทวย กับพระมีซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน อยู่วัดนี้ได้ไม่นานด้วยความคิดว่าตนเองไม่ได้สิ่งที่ประสงค์ จึงได้เข้าไปปรึกากับพระมี ซึ่งเป็นพระซึ่งเคยธุดงค์ไปหลายแห่งในลาว พม่า และไทยมาแล้ว พระมีได้เล่าว่า เคยได้รับข่าวจากชาวบ้าน พูดถึงเกียรติคุณของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมีผู้ปฏิบัติตามมากมายทำให้หลวงปู่กงมาสนใจ จึงได้ชวนพระมีเข้ากราบลาพระอาจารย์วานคำ แห่งวัดบ้านบึงทวย ออกตามหาหลวงปู่มั่น เวลาผ่านไปสองคืนก็ถึงปลายทาง ณ บ้านสามผง ดงพะเนาว์ (ขณะนั้นเป็นเวลาเย็นมากแล้ว) พบหลวงปู่มั่น นั่งบนอาสนะสั่งสอนศิษยานุศิษย์อยู่พอดี ทั้งสองท่านก็หมอบเข้าไปนมัสการแล้วนั่งฟังธรรมเมื่อท่านแสดงธรรมจบ จงได้เข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ และหลวงปู่มั่นก็ได้รับตัวไว้เป็นศิษย์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (พ.ศ. ๒๔๖๙) ญัตติเป็นพระธรรมยุติกนิกาย วันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ ณ วัดบูรพา อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี พระปัญญาพิศาลเถร (หนู) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์เพ็ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ภายหลังญัตติ ท่านได้ธุดงค์ไปจำพรรษาตามที่ต่างๆเป็นต้นว่า ปีพ.ศ. ๒๔๗๒ บ้านหัววัว จังหวัดยโสธร ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ บ้านเหล่างา จังหวัดขอนแก่น ปีต่อมาที่บ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ท่านเองเป็นผู้หนึ่งที่ได้สร้างวัดไว้ไม่น้อย เป็นต้นว่า ปีพ.ศ. ๒๔๗๖ ท่านได้สร้างวัดสว่างอารมณ์ บ้านใหม่สำโรง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และในปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ชาวบ้านหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ได้สร้างวัดขึ้นใหม่ และนิมนต์ท่านไปจำพรรษา ซึ่งท่านก็รับนิมนต์ ต่อมาชาวบ้านได้พร้อมใจกันสร้างเสนาสนะถวายให้ชื่อว่า วัดทรายงาม และในปีพ.ศ. ๒๔๘๒ ท่านได้สร้างวัดเขาน้อย ท่าแฉลบ ตามข้อชี้แนะของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหมื่นวชิรญาณวงศ์ ในปีพ.ศ. ๒๔๘๕ ท่านได้อยู่จำพรรษากับหลวงปู่มั่น ได้รับอุบายธรรมและได้รับความเมตตาเป็นพิเศษสถานที่ปฏิบัติธรรมนั้น เดิมเป็นเพียงสำนักชั่วคราว หลวงปู่กงมาได้สร้างขึ้นใหม่จนเป็นวัดสมบูรณ์ตั้งชื่อว่า “วัดสุทธิธรรมาราม” เมื่อออกพรรษาแล้วหลวงปู่มั่นได้ออกุดงค์หลวงปู่กงมาเห็นว่าวัดสุทธิธรรมาราม มีความวิเวกน้อย ไม่เหมาะแก่การอยู่ปฏิบัติธรรมท่านจึงไปแสวงหาที่เหมาะสมกว่า ท่านได้พบถ้ำเสือบนเทือกเขาภูพานเห็นว่า มีความสงบวิเวกดี ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ท่านได้ขึ้นไปปักกลดที่ปากถ้ำเสือ บนเทือกเขาภูพาน ปฏิบัติธรรมเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ต่อมาจนเสือที่เคยอาศัยอยู่ ณ ถ้ำแห่งนี้ ต้องหลีกทางให้ท่านอยู่ปฏิบัติเพราะสู้เมตตาธรรมท่านไม่ได้ สถานที่แห่งนี้ต่อมาหลวงปู่กงมาได้สร้างเป็นวัดชื่อ “วัดดอยธรรมเจดีย์” มรณภาพ วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ สิริรวมอายุได้ ๖๑ ปี ๑๑ เดือน เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๒ เวลา ๑๕.๑๐ น. เป็นปีที่ข้าพเจ้า (พระราชธรรมเจิตยาจารย์ (พระอาจารย์วริยังค์ สิรินฺธโร) วัดธรรมมงคล พระโขนง กรุงเทพฯ) มีอายุได้ ๑๘ ปี เป็นสามเณรมาได้ ๓ ปี ได้สร้างวัดทรายงามมา ๓ ปี วันนี้ข้าพเจ้าได้ติดตามท่านอาจารย์กงมาไปธุระที่จันทบุรี เป็นหนทาง ๔ กิโลเมตร เมื่อขากลับได้แวะที่วัดเกาะตะเคียน ซึ่งอยู่ห่างจากวัดทรายงาม ๑ กิโลเมตรเศษ เมื่อท่านแวะไปพอดีเขากำลังเทศน์มหาชาติกันอยู่ จึงนิมนต์ท่านอาจารย์กงมาเทศน์ให้เทศน์ “กัณฑ์อานิสงส์” ท่านได้แสดงเป็นที่น่าคิดน่าจับใจในเทศนาโวหาร ข้าพเจ้าจึงได้บันทึกเนื้อความ ดังต่อไปนี้ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ณ บัดนี้อาตมาภาพจะได้แสดงพระธรรมเทศนาที่เป็นศาสนธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ เจ้า พอเป็นเครื่องประดับสติปัญญา เพิ่มพูนกุศลบุญราศีของท่านทานาธิบดีทั้งหลายที่ได้พากันมาประชุมกัน ณ ที่นี้ ฉะนั้นจึงขอให้ท่านทั้งหลายพากันมนสิการไว้ในใจให้ดี และเงี่ยโสตประสาทดุจภาชนะทองรองรับเอาซึ่ง อมฤตยะรสวารี ดังที่อาตมาจะได้แสดงต่อไปนี้ วันนี้เจ้าภาพได้ให้อาตมาแสดงกัณฑ์ “อานิสงส์” ของเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก พระเวสสันดรท่านให้ ทาน ท่านทำบุญ ท่านสร้างบารมี ท่านกันความชั่ว ความอิจฉาพยาบาท ท่านกันการประพฤติผิดศีล จึงชื่อว่า “กัณฑ์” เมื่อมีกัณฑ์ก็มีอานิสงส์ อานิสงส์ หมายถึงผล ผลก้เหมือนผลไม้ เมื่อต้นลำมันดี ผลก็มีเต็มที่เช่น ผล เงาะ ผงทุเรียน เจ้าของสวนปลูกต้นเงาะต้นทุเรียนขึ้นแล้ว ในที่สุดก็ได้อานิสงส์ คือผลของทุเรียนฉันใด คำว่า “กัน” ก็คือการกันความขี้เกียจขี้คร้าน กันความตระหนี่เหนียวแน่น กับความโลภ กันความหลง กันอารมณ์ สัญญา กันความรักความชัง ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ สัจจะ ขันติ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา กัน ความฆ่าสัตว์ ขโมยของเรา การประพฤติกาเมสุมิจฉาจาร (ผิดสามีภรรยาผู้อื่น) การพูดปดหลอกลวง การดื่มสุรา เมรัย กันสิ่งที่เป็นภัยแก่สมาธิ กันความวิปลาสต่างๆ อันเกิดขึ้นจากนิมิตต่างๆ กันทิฏฐิมานะอันเกิดขึ้นจากความ หลงถือตัวถือตนว่าได้สำเร็จมรรคผลได้ชั้นนั้นชั้นนี้ กันความพยาบาทอาฆาตจองเวร ในที่สุดด้วยการกันความ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ครั้นเมื่อกันได้แล้ว “อานิสงส์” ก็เกิดขึ้น เกิดผลเป็นความดี ความสงบ ความสุข ความบริสุทธิ์ ซึ่งเป็น ผลที่ทุกคน ในโลกนี้ต้องการและปรารถนา ดังตัวอย่างที่เราพากันเห็น เช่น พระโพธิสัตว์ ผู้จะได้มาตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้า เมื่อท่านกันความตระหนี่กลับกลายเป็นทานบารมี ท่านกันความโหดร้ายอันขาดเมตตากรุณา กลับ กลายเป็นศีลบารมี ท่านกันความมัวเมาในกามคุณทั้งหลาย กลับกลายเป็นเนกขัมบารมี ท่านกันความโง่เขลางม งายไปตามสิ่งที่ไร้เหตุผล นับถือกันมาแต่บรรพบุรุษ โดยเชื่อสิ่งที่หาเหตุผลมิได้ อันเป็นทางเข้าหาทุกข์ กลับ กลายเป็นปัญญาบารมี ท่านกันความเกียจคร้านมักง่ายในการดำเนินวิถีทางเข้าสู่ความสงบที่แท้จริง กลับ กลายเป็นวิริยบารมี ท่านกันความโลเลไม่แน่นอน ซึ่งทำให้การปฏิบัติไขว้เขว อันขาดความจริงจนไม่สามารถจะ จดจ่อการปฏิบัติให้มั่นคงได้ กลับกลายเป็นสัจจบารมี ท่านกันความเหลาะแหละ ความหวั่นไหวง่ายๆ ความเสีย การหนักแน่นในการต่อสู้เพื่อให้ถึงซึ่งฝั่งแห่งสันติธรรม กลับกลายเป็นขันติบารมี ท่านกันความอ่อนแห่งการ ต่อสู้เพื่อบรรลุความจริง ให้กลับกลายเป็นอธิษฐานบารมี ท่านกันความเหิ้ยมเกริมของใจที่พยาบาทมาดร้ายอัน เป็นภัยต่อการแสวงหาธรรมเป็นเครื่องดำเนินสู่ความจริง กลับกลายเป็นเมตตาบารมี ท่านกันความห่วงใยอาลัย ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ในการจะแก่ แต่ผู้อื่นจนเกิดความผิดพลาดในการจะดำเนินตนของตน กลับกลายเป็น อุเบกขาบารมี เมื่อท่าน “กัน” ได้อย่างนี้แล้ว กลับกลายเป็น “อานิสงส์” คือ เป็นผลอันนับเนื่องมาจากเหตุอันพอเพียง แก่ความต้องการ ในเมื่อพระพุทธองค์ได้มาอุบัติบังเกิดขึ้นในโลกบรรพชาแล้วมาบำเพ็ญความเพียร จนได้บรรลุ พระอรหัต ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดย “อานิสงส์” แห่งบารมี ๑๐ ประการ คือ ทานบารมี ท่านมีการ บริจาค เสียสละเฉลี่ยความสุขของท่านไปให้ผู้อื่นโดยมิหวงแหนนี้เป็นอานิสงส์ ๑ ศีลบารมี ท่านมีการรักษากาย วาจา ใจ ให้เรียบร้อยมิให้ล่วงละเมิดในสิ่งที่ก่อความเดือดร้อนแก่ตนและผู้อื่น นี้เป็นอานิสงส์ ๑ เนกขัมบารมี ท่านมีการเสียสละในกามคุณมีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสสะ ไม่ให้กายและใจเกี่ยวข้องพัวพัน เสียสละออกจาก บ้านเรือนโดยเด็ดขาด นี้เป็นอานิสงส์ ๑ ปัญญาบารมี ท่านมีความรู้และใช้ความรู้นั้นให้เกิดประโยชน์โดย พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงเป็นทุกข์ ความไม่ใช่ตัวตน อันเป็นความจริงที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ นี้เป็นอานิสงส์ ๑ วิริย – บารมี ท่านมีความเพียร แม้จะมีความลำบากมากมายสักเพียงใดก็ไม่มีความย่อท้อแต่อย่างใดนี้เป็น อานิสงส์ ๑ สัจจบารมี ท่านมีความแน่วแน่ในการดำเนินหนทางไม่ละทิ้งแม้จะพบอุปสรรค ไม่ว่าอุปสรรคนั้นจะ ใหญ่หลวงสักเพียงใดก็ตาม นี้เป็นอานิสงส์ ๑ ขันติบารมี ท่านมีความอดทนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะได้รับ ความกระทบกระเทือนทั้งทางกาย และทางใจ ท่านมิได้มีความหวั่นไหว มุ่งมั่นปฏิบัติตัดกาย วาจา ใจ ของ ท่าน ทุกกรณีไม่ว่าลำบากยากเข็ญใจสักพียงใดก็ตาม นี้เป็นอานิสงส์ ๑ อธิษฐานบารมี ท่านมีความตั้งใจอย่าง มั่นคง ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลนโดยที่ท่านมุ่งหวังโมกขธรรม คือ ธรรมเป็นเครื่องพ้นจากความทุกข์ ท่านก็ได้ ตั้งใจมั่นคงในธรรมนั้นจนถึงที่สุด นี้เป็นอานิสงส์ ๑ เมตตาบารมี ท่านมีเมตตาหาประมาณมิได้แก่สรรพสัตว์ ทั้งหลาย ไม่มีการผูกพยาบาทอาฆาตผู้ใด ปล่อยวางจิตใจ ให้มีแต่ความเยือกเย็น โดยมิได้มีความขัดข้องให้เป็น เครื่องเศร้าหมอง นี้เป็นอานิสงส์ ๑ อุเบกขาบารมี ท่านมีพระทัยจางจากความห่วงใยอาลัยในเรื่องของผู้อื่นใด อันจะทำให้เกิดความฟุ้งซ่านรำคาญ ผู้ใดทั้งหลายที่เกิดมาจะมีความสุข ความทุกข์ ก็เพราะเหตุแห่งผู้นั้น วาง พระทัยเฉยเพื่อดำเนินจิตเข้าสู่ความปลอดโปร่ง อานิสงส์เหล่านี้ เกิดจากการ “กัน” ซึ่งสามารถเป็นแนวทางให้พระองค์ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้า จนเป็นพระบรมศาสดาของพวกเราทั้งหลาย วันนี้พวกเราพากันมาฟังเทศน์มหาชาติ เวสสันดรชาดก ยกเอาพระพุทธองค์มาเป็นตัวอย่างคือ ชาตินั้น พระองค์ได้บำเพ็ญทานบารมีอย่างยอด พวกเราพากันต้องการอานิสงส์มากๆ จึงให้อาตมามาเทศน์ กัณฑ์ อานิสงส์ พวกเราต้องการอานิสงส์ ต้องพากันทำให้ถูกต้อง คือ ต้อง “กัน” “อานิสงส์”ถ้าไม่ “กัน” ก็ไม่ได้ อานิสงส์ พอฟังเทศน์มหาชาติเสร็จแล้ว ว่าได้อานิสงส์เลย “ไม่ใช่” เราพากันฟังแต่ไม่เอาใจใส่ พากันกินเหล้า เมายาเฮฮากันไปไม่เป็นอานิสงส์แน่ๆเพราะว่าผู้จะมีอานิสงส์อย่างแท้จริงต้องพากัน “กัน” ความชั่วทั้งหลายที่มี อยู่ในตัวของเรากันอย่างจริงจัง ถ้าไม่ “กัน” ก็มีแต่จะต้องได้รับความหายนะต่างๆ เช่น ไม่ “กัน” ความโลภ ก็จะ มีแต่โลภเอาของผู้อื่นไม่ว่าลูกใคร เมียใคร เกิดความเสียหายถึงต้องฆ่าฟันวิวาทกัน หรือไม่ “กัน” ความโกรธ ก็ จะมีแต่พยาบาทฆาตพยาบาทเวร รบราฆ่าฟันกันไม่มีที่สิ้นสุด หรือไม่“กัน” ความหลง ก็จะทำให้มัวเมาเอาแต่ การเล่น การเที่ยวเตร่ เป็นนักเลงพนัน นักเลงหญิง นักเลงสุรา เป็นต้น เพราะฉะนั้นญาติโยมทั้งหลาย ที่ให้อาตมาเทศน์กัณฑ์อานิสงส์ในวันนี้ ก็ขอให้พากันนำธรรมที่อาตมาได้ เทศน์แล้วไปไตร่ตรองพิจารณา ถึง “กัน” อานิสงส์ เมื่อใคร่ครวญพิจารณาเห็นดี เห็นชอบ ประการใดแล้ว จง ประพฤติปฏิบัติไปตาม ก็จะประสบความสุข ความเจริญงอกงาม ในธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ทิพาร http://www.web-pra.com/Shop/benjaamulet ลองเข้าชมพระในร้านได้นะคับ มีพระเกจิอาจารย์หลากหลายให้คุณได้บูชา |
ราคาเปิดประมูล | 399 บาท |
ราคาปัจจุบัน | 499 บาท (ถึงราคาขั้นต่ำ) |
เพิ่มขึ้นครั้งละ | 100 บาท |
วันเปิดประมูล | จ. - 12 ก.ย. 2559 - 18:28.20 |
วันปิดประมูล |
ส. - 17 ก.ย. 2559 - 19:43.15 ![]() |
ผู้ตั้งประมูล | |
แชร์หน้านี้ |
การประมูลพระเครื่องนี้ ถูกปิดโดยระบบแล้ว
กรุณาทำการ Login เข้าสู่ระบบ ก่อนทำการประมูลใดๆ |
กำลังโหลด...