ปิดตากิมบ่อเซี่ยง ปิดตาหลวงปู่ คำพันธ์ โฆสปัญโญวัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม ปี 2536 เกจิผู้โด่งดังด้วยวิชา - webpra

ประมูล หมวด:เครื่องรางของขลัง

ปิดตากิมบ่อเซี่ยง ปิดตาหลวงปู่ คำพันธ์ โฆสปัญโญวัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม ปี 2536 เกจิผู้โด่งดังด้วยวิชา

ปิดตากิมบ่อเซี่ยง ปิดตาหลวงปู่ คำพันธ์ โฆสปัญโญวัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม ปี 2536 เกจิผู้โด่งดังด้วยวิชา ปิดตากิมบ่อเซี่ยง ปิดตาหลวงปู่ คำพันธ์ โฆสปัญโญวัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม ปี 2536 เกจิผู้โด่งดังด้วยวิชา
รายละเอียด
ชื่อพระเครื่อง ปิดตากิมบ่อเซี่ยง ปิดตาหลวงปู่ คำพันธ์ โฆสปัญโญวัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม ปี 2536 เกจิผู้โด่งดังด้วยวิชา
รายละเอียดปิดตากิมบ่อเซี่ยง ปิดตาหลวงปู่ คำพันธ์ โฆสปัญโญวัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม ปี 2536 เกจิผู้โด่งดังด้วยวิชากำหนดจิตเสกพระด้วยวิชา ปฐวิธาตุ ปี 36ผสมอังคารธาตุอัฐิธาตุหลวงปู่จันทร์วัดศรีเทพ

ปิดตากิมบ่อเซี่ยง ปิดตาหลวงปู่ คำพันธ์ โฆสปัญโญหลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม ปี 2536 เกจิผู้โด่งดังด้วยวิชากำหนดจิตเสกพระด้วยวิชา ปฐวิธาตุ ปี 36 ด้านหลังบรรจุยันต์พระเจ้า ๕ พระองค์และอุณาโลม

ที่สุดของพระปิดตา ประสบการณ์สูงสุด ขนาดเล็กน่ารักมากๆ ที่สำคัญมีอัฐธาตุอังคารธาตุ ของเจ้าคุณหลวงปู่จันทร์ พระโพธิสัตแห่งลุ่มน้ำโขง ผสมอยู่ในเนื้อพระทุกองค์ เป็นพระปิดตาที่มีคุณค่าสูงมากก็ว่าได้ จะไม่มีโอกาศได้เจอหรือครอบครองง่ายๆ เพราะสร้างเพียงครั้งเดียว จำนวนก็ไม่มาก พุทธคุณ ครอบจักรวาลฯจริงๆ แต่เมตตาโชคลาภเห็นผลชัดเจนที่สุด มีพระปิดตาองค์นี้แล้ว ก็เหมือนได้มีโอกาศใกล้ชิดหลวงปู่จันทร์ตลอดเวลา หลวงปู่คำพันธ์ท่านปลุกเสก พุทธคุณให้เต็มเปี่ยมเกิน 100 แน่นอนกินบ่เซี่ยง เป็นพลอยสีแดงที่นำมาฝังในองค์พระคติภาคเหนือเชื่อว่าใครมีครอบครองไว้จะดีเรื่องโชคลาภสักการะ กินไม่หมดสมชื่อครับ ของดีของหลวงปู่คำพันธ์อีกอย่างที่ขอบอกว่าดีจริง มวลสารสำคัญอีกอย่างคืออัฐิธาตุและอังคารธาตของหลวงปู่จันทร์ วัดศรีเทพ อาจารย์ใหญ่แห่งลุ่มน้ำโขง
พิมพ์ปิดตาหลังเบี้ยผสมผงรูปผงพุทธคุณหลวงปู่ขนาดใหญกว่าเหรียญบาทเล็กน้อย พระออกวัดสมัยก่อนไม่มีกล่องวัดมีกล่องธรรมดาใส่ให้
ทับทิมกินบ่เซี่ยงนั้น อาศัยหลักเกณฑ์เดียวกับการเลือกทับทิมเจียระไนแบบหลังเบี้ย ส่วนสีพลอยของกินบ่เซี่ยงจะมีความสำคัญอยู่ที่สีขาวและสีแดงในเนื้อทับทิมเม็ดเดียวกันนั้น
ส่วนใหญ่พลอยกินบ่เซี่ยงเม็ดเดียวจะมีสีขาวเป็นพื้นและมีสีแดงประปราย หรือกระจายไปทั่วอย่างงดงาม หรือมีสีแดงเป็นพื้นและมีสีขาวอยู่ประปราย หรืออาจมีสีแดงอยู่ด้านหนึ่ง และมีสีขาวอีกด้านหนึ่ง แบ่งแยกกันไปอย่างเห็นได้ชัด และส่วนใหญ่พลอยทับทิมกินบ่เซี่ยงมักจะมีสตาร์อยู่บนหน้าพลอยด้วย

หลวงปู่คำพันธ์ ได้เมตตาอธิบายถึงคุณลักษณะของปฐวีธาตุที่ถูกต้องตามตำราทุกประการว่า ต้องเป็นกรวดที่แช่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติเท่านั้น จะอยู่บนบกไม่ได้ ตัวกรวดเมื่อเก็บขึ้นมาต้องมีลักษณะเดิมตามธรรมชาติของเขา จะบิ่น จะแตกหักหรือร้าวไม่ได้เลย ที่สำคัญสุดยอด คือต้อง “โปร่งแสง” เท่านั้น และด้วยคุณลักษณะเช่นนี้เองที่ทำให้ ปฐวีธาตุ ของ หลวงปู่คำพันธ์ เป็นของหายากที่สุด แม้ว่าทางวัดจะพำยายามแก้ไขด้วยการนำกรวดจากแม่น้ำโขงชนิดขุ่นมาถวายท่าน อธิษฐานแทนก็ตาม แต่ก็หาถูกต้องตามตำราบังคับไม่ หากท่านก็อนุโลมให้เป็นปฐวีธาตุได้เช่นกัน ผิดกับครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ เช่น ท่านเจ้าคุณนรฯ “ปฐวีธาตุ” ของท่านจะต้องได้มาจากอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการเท่านั้น จะใสหรือขุ่น ใหญ่หรือเล็กไม่สำคัญ นอกจากนี้ในตำรายังได้ระบุไว้ว่า ผู้จะอธิษฐานปฐวีธาตุได้นั้นต้องเป็นผู้เดินวิปัสสนาล้กายสิทธิ์ คือคำที่ใช้เรียก จิตของผู้ทรงอภิญญาที่ฝึกฝนจิตจนกระทั่งได้ฌาณสมาบัติเมื่อสิ้นอายุขัย แต่ยังต้องการบำเพ็ญเพียรทางจิตต่อไปในโลกมนุษย์ (หรือเพราะต้องทำหน้าที่บางประการ) จึงต้องละจากสังขารเดิมแล้วเข้าอาศัยในบางสิ่ง เช่น รัตนชาติ (กายสิทธิ์ จึงไม่ใช่เทวดา แต่เป็นผู้ทรงอภิญญา)

ธาตุกายสิทธิ์ เป็นธาตุที่มีพลังและอิทธิฤทธิ์ในตัวเองโดยธรรมชาติแบ่ง ออกเป็นหลายประเภทตามธาตุทั้ง 4 คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลมและธาตุไฟ ธาตุกายสิทธิ์ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือ เหล็กไหลซึ่งเป็นธาตุกายสิทธิ์ที่เกิดจากธาตุดิน มีกายสิทธิ์เข้าไปถือครองส่วนใหญ่จะเป็นกายสิทธิ์ภาคดำ (มิจฉาทิฐิ) จึงมักจะดุร้ายมักจะให้โทษแก้ผู้ถือครองเป็นส่วนใหญ่ นอกจากเหล็กไหลแล้ว กายสิทธิ์อาจถือครองในหินหรือรัตนชาติ (หินที่มีค่า เช่น หินเขี้ยวหนุมาน เพชร เป็นต้น)

ธาตุกายสิทธิ์ จะปรากฏต่อเมื่อมีผู้ทรงคุณวิเศษปฏิบัติ ได้ถึงขั้นกายสิทธิ์ ปฐวีธาตุของท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต แห่งวัดเทพศิรินทราวาส คือก้อนกรวดใต้น้ำที่ท่านเจ้าคุณนรฯ บอกให้คุณปลัดโกศล หลานชายท่านฯ นำมาจาก อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ห้ามเก็บจากที่อื่นเนื่องจากที่นั่นได้มีพญานาคราชได้ถวายกายสิทธิ์ให้แก่ ท่าน และได้อธิษฐานจิตให้พร้อมทั่งได้อธิบายให้คุณปลัดโกศลฟังว่า "ก้อนกรวด นี้ขลังมาก สามารถที่จะคุ้มครองป้องกันนิวเคลียร์ และป้องกันไฟได้" เป็นของสิ่งแรกที่ท่านได้อธิษฐานจิตโดยการนั่งหันหน้าเข้าหาสิ่งของนั้น เมื่อท่านเจ้าคุณนรรัตน์ท่านจะละสังขารท่านได้เคยบอกกับลูกศิษย์ของท่านไว้ ว่า"ช้างเผือกเกิดขึ้นทางฝั่งโขง สามารถเสกปฐวีธาตุได้เหมือนเฉกเช่นเดียวกับท่าน"


18.01 2782 831 84 852 86 87 3
ราคาเปิดประมูล390 บาท
ราคาปัจจุบัน400 บาท (ถึงราคาขั้นต่ำ)
เพิ่มขึ้นครั้งละ10 บาท
วันเปิดประมูลจ. - 10 ม.ค. 2554 - 18:01.42
วันปิดประมูล จ. - 07 ก.พ. 2554 - 21:05.41 ปิดประมูล
ผู้ตั้งประมูล
แชร์หน้านี้
ข้อมูลเพิ่มเติม #1 จ. - 10 ม.ค. 2554 - 18:02.36
อัตโนประวัติ

“พระเดชพระคุณพระสุนทรธรรมากร” หรือ “หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ” อดีตเจ้าอาวาสวัดธาตุมหาชัย บ้านมหาชัย ต.มหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม ผู้เรืองธรรม มีปฐวีกสิณเป็นเอก เล่นแร่แปรธาตุจนดังสนั่น ชื่อเสียงเลื่องลือ ๒ คาบฝั่งโขง เป็นสมัญญานามที่ผู้คนต่างรู้จักดี ถึงกับมีการขนานนามท่านว่า “เทพเจ้าลุ่มน้ำโขง”

วันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๕ (อายุ ๑๗ ปี) ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดศรีบุญเรือง บ้านหนองหอย ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม โดยมีพระอาจารย์เชื่อม เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบรรพชาแล้ว ก็ได้ศึกษาอักษรธรรม และหนังสือสูตรคามแบบโบราณ ในขณะเดียวกันก็ได้ฝึกปฏิบัติกัมมัฎฐานควบคู่ไปด้วย

หลังจากบรรพชาได้ ๓ พรรษา ก็ออกเดินธุดงค์ทรงกรดไปที่จังหวัดเลย พร้อมกับพระภิกษุ ๒ รูป คือ พระภิกษุบุญ และพระภิกษุวัน ก่อนหน้าที่จะได้ฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานนั้น เคยได้รับความรู้เรื่องกัมมัฏฐานมาจาก ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ซึ่งท่านไปอบรมประชาชนที่วัดโพนเมือง จ.อุบลราชธานี
หลวงปู่คำพันธ์ ได้ศึกษาภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติกับท่านพระอาจารย์เสาร์ ประมาณ ๑ ปี และได้ยึดแนวทางในการปฏิบัติของ ท่านพระอาจารย์เสาร์ เป็นแนวทางในการป
ข้อมูลเพิ่มเติม #2 จ. - 10 ม.ค. 2554 - 18:03.19
ปฐวีธาตุต่างกับพระเครื่องอย่างไร

ปฐวีธาตุ ต่างจากพระเครื่องตรงที่กรวดจากแม่น้ำโขงซึ่งหลวงปู่นำมาอธิษฐาน เหล่านั้น พวกนาคเขาถือว่าเป็นสมบัติอย่างหนึ่งของเขา กรวดเหล่านั้นจึงมีพลังงานของพวกเขาติดมาด้วย และเมื่อได้รับการอธิษฐานด้วยกระบวนการทางจิตที่ซับซ้อนอย่างยากที่เราจะเข้าใจ ก็จะทำให้กรวดเหล่านั้นเกิดพลังงานมหาศาลชนิดที่เราก็ไม่เข้าใจอีกอยู่ดีว่า เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร

พลังงานมหาศาลที่ว่านี้ หลวงปู่คำพันธ์รับรองว่า กันนิวเคลียร์ได้

เมื่อปฐวีธาตุซึ่งมีพลังงานแฝงอยู่แล้ว ได้รับการอธิษฐานจากจิตที่มีพลังงานมหาศาลเพราะได้รับการฝึกฝนมาดีเยี่ยม พุ่งกระแสลงไปสู่หินเป็นจุดเดียว กระแสจิตที่แรงกล้าเกิดกระทบกับพลังงานที่อยู่ในหินแล้วกระจายตัวออกเป็นวงกว้าง เป็นคลื่นรังสีที่มีพลัง งานแรงสูง พอที่จะให้ความคุ้มครองผู้บูชาตามที่ผู้อธิษฐานได้ "ตั้งโปรแกรม” ไว้

นอกเหนือไปจากหมู่นาคทั้งหลายที่จะขึ้นมาพิทักษ์รักษาผู้ครอบครองปฐวี ธาตุเมื่อยามเกิดภัยพิบัติตามคำทำนาย ชนิดปฐวีธาตุ 1 องค์ ต่อพญานาค 1 ตน ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวไม่อาจมีในพระเครื่องที่ถูก "สร้าง" ขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์ ผิดกับ "ปฐวีธาตุ"
ข้อมูลเพิ่มเติม #3 จ. - 10 ม.ค. 2554 - 18:03.48

หลวงปู่คำพัน โฆษปัญโญพระผู้เสกปฐวีธาตุเป็น คำว่า “เป็น” ของท่านคุณนรฯ คงหมายถึงทำได้มากจนแพร่หลายไปในหมู่ชนได้ ไม่ใช่ทำเพียงแค่ก้อนสองก้อนก็จบ
น่าแปลกที่ท่านเหล่านั้นสามารถทราบได้ว่ากรวดธรรมดาหากกำหนดจิตให้เป็นของมีพลังงานด้วยกระบวนการทางจิตที่ซับซ้อนเกินปุถุชนจะเข้าถึงได้ละก็ ย่อมมีอานุภาพสุดจะประมาณ

ขนาดกันนิวเคลียร์ได้ก็แล้วกัน

หลวงปู่คำพันบอกว่า ในตำราระบุไว้ว่าผู้จะอธิษฐานปฐวีธาตุได้นั้นต้องเป็นผู้เดินวิปัสสนาล้วน จะเป็นผู้เล่นทางสายวิชาคือคาถาอาคมไม่ได้เลย จึงหมดสงสัยว่าทำไมหลวงปู่ขาว หลวงปู่ดูลย์ก็ทำเป็น

ปฐวีธาตุของครูบาอาจารย์องค์อื่น ผมไม่ทราบว่าท่านอธิษฐานจิตในการป้องกันอย่างไร แต่ของหลวงปู่คำพันท่านอธิษฐานว่า

ให้ป้องกันภัยอันจะเกิดแต่ธรรมชาติก็ดี ภัยอันเกิดแต่มนุษย์ก็ดี กันได้ทั้งสิ้น กันภัยจากอาวุธยุทโธปกรณ์ทุกชนิดที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่จะมีขึ้นในอนาคต
ท่านเรียกการอธิษฐานแบบนี้ว่า “เสกครอบลงไป”

การเสกแบบนี้ไม่เหมือนกับการเสกพระเครื่องทั่วไปของท่าน ท่านจึงย้ำว่า “ปฐวีธาตุนี้เป็นของที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่” เหนือกว่าวัตถุมงคลทั้งปวงของท่าน

ครั้งหนึ่ง
รายละเอียดราคาประมูล
ราคาปัจจุบัน 400 บาท (ถึงราคาขั้นต่ำ)
เพิ่มครั้งละ10 บาท
การประมูลพระเครื่องนี้ ถูกปิดโดยระบบแล้ว
เคาะประมูล
กรุณาทำการ เข้าสู่ระบบ ก่อนทำการประมูลใดๆ
รายละเอียดผู้เสนอราคา
ผู้เสนอราคา ราคา เวลา
400 บาท (ถึงราคาขั้นต่ำ) อา. - 06 ก.พ. 2554 - 21:05.41
กำลังโหลด...
Top